คลายข้อสงสัยเปรียบเทียบวัสดุไม้เทียม WPC กับวัสดุทดแทนอื่นๆ

ไม้เทียม WPC กับการสะสมคะแนนอาคารสีเขียว (LEED & TREES): ต้องมีเอกสารรับรองอะไรบ้าง?

มาตรฐานอาคารสีเขียวที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น LEED และ TREES ให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุภายในอาคารอย่างมาก โดยเฉพาะวัสดุที่มีคุณสมบัติลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ มีส่วนประกอบจากวัสดุรีไซเคิล อัตราการปล่อยสารระเหยต่ำ อายุการใช้งานยาวนาน และสามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้ไม้เทียม WPC ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ เพราะเป็นวัสดุทดแทนที่พัฒนาขึ้นจากแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มากกว่าแค่ลวดลายคล้ายกับไม้ธรรมชาติที่ให้ตอบโจทย์ด้านความงามเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม เอกสารรับรองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการคัดเลือกวัสดุ ทีมออกแบบควรพิจารณาสเปกไม้เทียม WPC สำหรับงานอาคารสีเขียว ร่วมกับตำแหน่งการใช้งาน ค่า VOC การทนไฟ ความทนทาน และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ด้วย 

จากขยะพลาสติกและเศษไม้ สู่วัสดุตกแต่งอาคารระดับพรีเมียม

ไม้หนึ่งท่อน ต้องแลกมาด้วยการตัดต้นไม้จากป่า ผ่านกระบวนการแปรรูป ขนส่งข้ามจังหวัด แล้วนำมาประกอบเพื่อร่างสร้างอาคาร จากนั้นจะมีการทาเคมีเพื่อกันปลวกและกันชื้น ทาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตลอดอายุการใช้งาน จนเมื่อไม้หมดอายุก็จะถูกทำลายทิ้งหรือเผาให้มอดไหม้ไป กระบวนการทั้งหมดนี้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแบบซ้ำซ้อนตลอดอายุของวัสดุ

ไม้เทียม WPC หน้าตาคล้ายกับไม้จริงมาก แต่มีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เกิดจากการนำเศษไม้และพลาสติกที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาหลอมรวมกันผ่านกระบวนการ Extrusion สร้างวัสดุใหม่ที่แข็งแรง ทนทาน แถมยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

การคิดค้นไม้เทียม WPC ถือเป็นการเปลี่ยนขยะเหลือทิ้ง ให้กลายเป็นวัสดุตกแต่งที่มีความเสถียรสูงมาก โดยไม่ต้องตัดไม้ทำลายป่า ไม่ต้องทาสีเคมีซ้ำ ลดการปล่อยสารระเหยง่าย (VOCs) ออกสู่ชั้นบรรยากาศ และเมื่อหมดอายุการใช้งาน ตัววัสดุไม้เทียมยังสามารถนำกลับเข้าสู่วงจรหลอมขึ้นรูปใหม่ได้อีกด้วย

ไม้เทียม WPC ช่วยเก็บคะแนนอาคารสีเขียว มาตรฐาน LEED & TREES หมวดไหนได้บ้าง?

การเลือกใช้ไม้เทียม WPC เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งอาคาร ไม่ว่าจะเป็นงานพื้นไม้เทียม ผนังไม้เทียม ฟาซาดไม้เทียม (Facade) ฝ้าเพดาน รั้วระแนงไม้เทียม หรือพื้นไม้เทียมภายนอก สามารถช่วยดันคะแนนในเกณฑ์อาคารสีเขียวได้ในหลายหมวดสำคัญ

หมวดที่ 1 การใช้วัสดุรีไซเคิล

หมวดนี้ให้วัสดุที่ได้มาอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ไม้เทียม WPC ช่วยเพิ่มคะแนนในส่วนของการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล ด้วยคุณสมบัติที่มีส่วนผสมของ Recycled Content ทั้งแบบ Pre-consumer และ Post-consumer ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ในขณะเดียวกันก็ลดการสร้างขยะบนโลกด้วย

หมวดที่ 2 คุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร

ทั้งมาตรฐาน LEED และ TREES ต่างให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศที่ต้องใช้หายใจ ไม้เทียม WPC เป็นวัสดุที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีอันตราย หรือกาวที่มีสารระเหยง่าย จัดอยู่ในประเภท Low/Zero VOCs ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศ และส่งเสริมสุขภาวะขั้นพื้นฐานของผู้ใช้อาคาร

หมวดที่ 3 นวัตกรรมการผลิตเพิ่มความทนทาน

หมวดนี้คือคะแนนสำหรับ Innovation Credit สำหรับรายงานหรือเอกสารรองรับที่พิสูจน์ได้ว่า การใช้วัสดุนั้นสร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่เกินกว่าข้อกำหนดปกติ เช่น การใช้ไม้เทียม WPC ที่มีเอกสารข้อมูลการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือ EPD ประกอบ แสดงให้เห็นว่ามี Carbon Footprint ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีนวัตกรรมเคลือบผิวปกป้องผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความทนทานในการใช้งาน รวมถึงการออกแบบระบบผลิตภัณฑ์ไม้เทียมที่ช่วยให้การถอดและนำแผ่นไม้เทียม WPC กลับมาใช้ใหม่ได้โดยไม่เสียหาย

การใช้ผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC เพื่อโครงการอาคารสีเขียว ต้องมีเอกสารรับรองอะไรบ้าง?

หลายคนเข้าใจว่าไม้เทียมทุกชนิด มีคุณสมบัติด้านสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน แต่ตามจริงแล้ว ผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC แต่ละแบรนด์มีข้อมูลและมาตรฐานรองรับที่แตกต่างกันมาก สำหรับโครงการที่ต้องการแนวคิด Green Building สิ่งที่ต้องขอจากผู้ผลิต มีดังนี้

1. เอกสารแสดงสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content)

Recycled Content Certificate เป็นเอกสารยืนยันสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของเม็ดพลาสติกรีไซเคิลและผงไม้ที่ใช้ในกระบวนการผลิต ข้อมูลนี้จะช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบจากวัสดุหมุนเวียน หรือวัสดุรีไซเคิลในสัดส่วนเท่าใด ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญในงานออกแบบอาคารสีเขียวที่ต้องการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติจริง

2. เอกสารรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์

  • CE Marking คุณภาพมาตรฐานจากสหภาพยุโรป เป็นสัญลักษณ์บ่งชี้ว่า ผลิตภัณฑ์ผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัย สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะไม้เทียม WPC ที่ใช้ภายนอกอาคาร CE Marking จะช่วยยืนยันว่าวัสดุเป็นไปตาม EN 15534 ซึ่งเป็นคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC ที่จำเป็นต้องมี
  • RoHS คุณภาพมาตรฐานที่เป็นการรับรองว่าวัสดุไม่มีสารอันตราย 10 ชนิดที่กำหนดไว้ เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม หรือสารหน่วงไฟบางประเภท
  • REACH คุณภาพที่เป็นข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ครอบคลุมการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต บ่งบอกว่าผู้ผลิตควบคุมห่วงโซ่การผลิต และใช้สารเคมีที่ได้มาตรฐานในการผลิต
  • FSC การรับรองคุณภาพของวัตถุดิบว่าไม้ที่นำมาผลิตไม้เทียม WPC มาจากแหล่งที่มาจากการจัดการป่าไม้อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อการส่งเสริมด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง
  • SGS / Intertek สถาบันทดสอบและรับรองอิสระระดับโลก ผลการทดสอบจาก SGS หรือ Intertek มีน้ำหนักอย่างมากในการยืนยันว่า ตัวเลขสเปกของผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC ที่ผู้ผลิตอ้างนั้นผ่านการทดสอบจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขตามโบรชัวร์เท่านั้น

3. เอกสาร VOC หรือการปล่อยสารระเหยต่ำ

คุณภาพอากาศภายในอาคารเป็นปัจจัยสำคัญของอาคารสีเขียว วัสดุตกแต่งที่ปล่อยสารระเหยต่ำจะช่วยลดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาว ไม้เทียม WPC ที่จะใช้ในโครงการอาคารสีเขียวควรมาพร้อมกับ Test Reports จากมาตรฐานสากลจาก SGS / Intertek ซึ่งจะแสดงผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ ทั้งเรื่องอัตราการดูดซึมน้ำ ความทนทานต่อ UV และความต้านทานการลามไฟ

4. ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์

ผู้ผลิตบางแบรนด์อาจมีข้อมูล Carbon Footprint, เอกสาร Environmental Product Declaration (EPD) หรือข้อมูลการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากโครงการต้องการข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบและเปรียบเทียบได้ เอกสารที่ควรทำความเข้าใจเพิ่มเติมคือ EPD ของไม้เทียม ซึ่งให้ข้อมูลมากกว่าการระบุเพียงว่าผลิตภัณฑ์เป็นวัสดุ Eco-Friendly รวมถึงการยืนยันจาก ISO 9001 & ISO 14001 ใบรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ และระบบจัดการสิ่งแวดล้อมของโรงงานผู้ผลิต ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในงานโครงการอาคารสีเขียวขนาดใหญ่

5. ข้อมูลอายุการใช้งานและการดูแลรักษา

วัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนหรือซ่อมบ่อยๆ มีส่วนช่วยลดการใช้ทรัพยากรในระยะยาว เป็นอีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของการออกแบบอย่างยั่งยืน แน่นอนว่าไม้เทียม WPC ตอบโจทย์การใช้งานได้ครบ ทั้งในมิติความคุ้มค่าระยะยาว และการบำรุงรักษาที่ง่ายดาย ผู้ผลิตบางแบรนด์จึงอาจมีกรรมวิธีการผลิตที่ช่วยส่งเสริมความทนทานของวัสดุ เอกสารประกอบเหล่านี้จะยิ่งสนับสนุนความยั่งยืนของวัสดุที่นำมาใช้

อย่างไรก็ตาม เอกสารรับรองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการคัดเลือกวัสดุ ทีมออกแบบควรพิจารณา สเปกไม้เทียม WPC สำหรับงานอาคารสีเขียว ร่วมกับตำแหน่งการใช้งาน ค่า VOC การทนไฟ ความทนทาน และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ด้วย 

ยกระดับสเปกโครงการอาคารสีเขียวอย่างมั่นใจ ด้วยนวัตกรรมไม้เทียม WPC จากวัสดุนิยม

สำหรับทีมสถาปนิกและผู้รับเหมาที่กำลังมองหาวัสดุตกแต่งอาคาร ที่ตอบโจทย์งานดีไซน์หรูหรา ผลิตภัณฑ์มีเอกสารรับรองมาตรฐานสากล พร้อมยื่นทำอาคารสีเขียว วัสดุนิยม (Watsadu Niyom) ผู้นำด้านไม้เทียมอันดับ 1 ในไทย พร้อมสนับสนุนหัวใจรักษ์โลกทุกดวง ด้วยนวัตกรรมไม้เทียม WPC เกรดพรีเมียม วัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความงามเสมือนไม้จริง ประสิทธิภาพการใช้งานที่สุดของความคงทน กรรมวิธีการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% ภายใต้กระบวนการ Low Carbon

ไม้เทียม WPC จากวัสดุนิยม (Watsadu Niyom) ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล ทั้ง ISO, CE, SGS, Intertek และ FSC พร้อมนวัตกรรมการผลิตเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ระบบผลิตอัตโนมัติมากกว่า 90% ช่วยลดความสูญเสียจากการผลิต รักษาวัตถุดิบได้มากขึ้น มาพร้อมคุณสมบัติทนแดด ทนฝน ไม่ผุกร่อน ไม่ซีดจาง และไม่ต้องทาสีซ้ำตลอดอายุการใช้งาน ลดภาระการดูแลรักษาในระยะยาวได้จริง!

ผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการข้อมูลวัสดุ เพื่อประกอบการออกแบบอาคารยุคใหม่ ทีมผู้เชี่ยวชาญจากวัสดุนิยมพร้อมให้คำปรึกษาทุกท่าน ทั้งการเลือกผลิตภัณฑ์ รายละเอียดทางเทคนิค และข้อมูลประกอบงานออกแบบสำหรับโครงการอาคารสีเขียวโดยเฉพาะ พร้อมบริการติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพ ครบจบทุกบริการในที่เดียว เพื่อให้ทุกพื้นที่ในโครงการของคุณสวยงาม โดดเด่น คุ้มค่าทุกการลงทุน และยืนหยัดภายใต้แนวคิดการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนอย่างแท้จริง

เลือกไม้เทียม WPC ที่ใช่ เพื่อบ้านที่ดูดีและใช้งานได้อย่างยาวนานจากวัสดุนิยมที่คุณไว้วางใจ!

Tel: 02-120-6000, 094-452-3591, 061-405-4266
Line: @watsaduniyom
Inbox: m.me/WPCwatsaduniyom
Facebook: PRIMEXHONORWOOD WNY
Youtube: https://www.youtube.com/@watsaduniyom
Tiktok: https://www.tiktok.com/@watsaduniyom_official
Email: [email protected]