EPD (Environmental Product Declaration) ของไม้เทียมคืออะไร? ทำไมไม้งานโครงการใหญ่ต้องมี

EPD (Environmental Product Declaration) ของไม้เทียมคืออะไร? ทำไมไม้งานโครงการใหญ่ต้องมี

Eco-Friendly หรือ วัสดุรักษ์โลก ถูกนำมาใช้เป็นคำโฆษณาในการตลาดเก๋ๆ มาอย่างเนิ่นนาน ส่วนใหญ่จะบอกเพียงแค่ว่า วัสดุนี้ไม่ได้ทำลายป่าไม้ หรือสามารถนำไปรีไซเคิลได้ แต่ในสถาปัตยกรรมยุค Low Carbon อย่างทุกวันนี้ วัสดุที่รักษ์โลกจริงๆ มีความซับซ้อนยิ่งกว่านั้นมาก

EPD คืออะไร?

EPD ย่อมาจาก Environmental Product Declaration หรือ การประกาศผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ เอกสารรับรองนี้ได้จากแบรนด์ผู้ผลิตไม้เทียม ว่าจ้างสถาบันอิสระให้ทำการศึกษาตลอดวงจรชีวิตของวัสดุนั้นๆ ตั้งแต่ต้นกำเนิดของวัตถุดิบ ไปจนถึงเมื่อวัสดุหมดอายุการใช้งาน แล้วนำผลการทดสอบทั้งหมดนั้นมาเผยแพร่ในรูปแบบที่เทียบเคียงกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ

วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ไม้เทียมแบรนด์ๆ หนึ่ง ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกเฟ้นวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การขนส่ง ระยะเวลาการใช้งาน ไปจนถึงวิธีการจัดการเมื่อวัสดุหมดอายุลง ซึ่งผลการทดสอบจะแสดงออกมาเป็นตัวเลขหลายชุด เช่น ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ (Carbon Footprint), การใช้พลังงานรวมทั้งหมด, ผลกระทบต่อระบบน้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในมิติอื่นๆ อีกหลายด้าน

แน่นอนว่า ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ไม้เทียมทุกแบรนด์จะมีเอกสาร EPD เพราะเอกสารรับรองนี้จะต้องผ่านการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม ที่ไม่ใช่ผู้ผลิตประเมินตัวเอง และต้องทำตามมาตรฐาน ISO 14025 หรือ EN 15804 ที่กำหนดวิธีการทดสอบ การคำนวณ และนำเสนอข้อมูลเอาไว้แล้วอย่างชัดเจนเท่านั้น ผลลัพธ์จึงมีความแม่นยำสูงมาก สามารถเอาไปเทียบกับ EPD ของวัสดุอื่นๆ ได้ทันที

ทำไมโครงการใหญ่ที่ใช้ไม้เทียมตกแต่งอาคาร ควรเลือกผลิตภัณฑ์ไม้เทียมที่มาพร้อมกับ EPD?

ในวงการสถาปัตยกรรม หรือโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ลูกค้าและนักลงทุนยุคใหม่ไม่ต้องการแค่อาคารสวย แต่ต้องเป็นอาคารที่พิสูจน์ได้ว่าดีต่อสิ่งแวดล้อมจริง ช่วยประหยัดพลังงานจริง และได้รับการรับรองจากมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็น LEED, TREES, WELL หรือ Fitwel ซึ่งสิ่งที่สามารถพิสูจน์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ไม้เทียมได้ ก็คือเอกสาร EPD นี้นี่เอง

1. EDP ช่วยปลดล็อกคะแนนอาคารสีเขียว หรือ Green Building Standard

เกณฑ์จากมาตรฐาน LEED หรือ TREES การเลือกใช้วัสดุที่มี EPD รับรอง จะถูกให้คะแนนได้ตรงโดยอย่างไม่มีข้อแม้ ช่วยให้โครงการได้มาตรฐานระดับ Gold หรือ Platinum ง่ายขึ้น

นอกจาก EPD แล้ว โครงการที่ต้องการยื่นประเมินอาคารสีเขียวยังควรตรวจสอบเอกสารรับรองที่ไม้เทียม WPC สำหรับ LEED และ TREES ควรมี เพื่อเตรียมข้อมูลให้ครบตั้งแต่ขั้นตอน Material Selection 

2. EDP ตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero และวิสัยทัศน์ ESG ขององค์กร

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับมหาชนและกลุ่มทุนในยุคนี้ ต้องจัดทำรายงาน ESG หรือที่ย่อมาจาก Environmental, Social, and Governance ส่งให้กับเหล่านักลงทุน ซึ่งเอกสาร EPD จากวัสดุทุกชิ้นในอาคาร ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่จะนำไปใช้คำนวณกระบวนการสร้างคาร์บอนที่แฝงอยู่ในผลิตภัณฑ์ (Embodied Carbon) ของตัวโครงสร้างทั้งหมด

3. EDP ช่วยตัดปัญหาการขอมาตรฐานอาคารที่ไม่โปร่งใส

ผลิตภัณฑ์ไม้เทียมที่มาพร้อมเอกสาร EPD ช่วยให้ทีมสถาปนิกและเจ้าของโครงการมั่นใจได้ว่า วัสดุที่นำมาติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานผนังไม้เทียม งานตกแต่งฝ้าไม้เทียม ระแนงไม้เทียม ฟาซาดไม้เทียม หรือพื้นภายนอกอาคารนั้น มีตัวเลขยืนยันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจริงตามที่ระบุไว้ในผลิตภัณฑ์ ไม่ได้เป็นเพียงข้อความโฆษณาชวนเชื่อ หรือคำระบุข้างกล่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีหลักฐาน

ไม้เทียมรักษ์โลกแค่ไหน? ทำไมวัสดุยอดฮิตอย่างไม้เทียม ถึงเป็นมากกว่าแค่ Eco-Friendly

ไม้เทียม หรือ WPC ถูกนำเสนอในฐานะวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด แต่หากมองให้ลึกถึงรายละเอียด วัสดุนี้รักษ์โลกได้อย่างซับซ้อนเกินกว่าแค่คำว่า Eco-Friendly

ไม้เทียม WPC ลดการตัดต้นไม้

การผลิตไม้เทียม WPC ใช้เศษผงไม้เหลือผสมกับพลาสติกรีไซเคิล แล้วนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปแทนการตัดต้นไม้ นี่คือระบบการผลิตวัสดุอย่างมีความรับผิดชอบ เพราะส่วนผสมไม้ในวัสดุไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่าโดยตรง

ไม้เทียม WPC ทำจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล

วัสดุ HDPE จากขวดน้ำและบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ถูกนำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตผลิตภัณฑ์ไม้เทียม ซึ่งเป็นการช่วยดึงขยะพลาสติกออกจากระบบ ก่อนที่ขยะเหล่านั้นจะถูกฝังกลบดินหรือถูกปล่อยลงมหาสมุทร สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว

ไม้เทียม WPC การบำรุงรักษาต่ำ ใช้สารเคมีน้อย

ตลอดอายุการใช้งานของวัสดุไม้เทียมคุณภาพดี เจ้าของอาคารไม่ต้องทาสีซ้ำ ไม่ต้องเคลือบน้ำยา และไม่ต้องคอยเปลี่ยนวัสดุบ่อยๆ ซึ่งสิ่งนี้ช่วยลดการปล่อยสาร VOC จากกระบวนการบำรุงรักษาได้มาก เมื่อเทียบกับการใช้วัสดุไม้จริง

ไม้เทียม WPC มีน้ำหนักเบา

น้ำหนักของวัสดุช่วยลด Carbon Footprint ในกระบวนการขนส่ง สิ่งนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในโครงการขนาดใหญ่ที่จำเป็นต้องขนวัสดุจำนวนมากๆ หลายสิบตัน ความแตกต่างสะสมนี้จะชัดเจนมาก

ไม้เทียม WPC รีไซเคิลได้เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน

ส่วนผสมพลาสติกในผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC เป็น Thermoplastic เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งานแล้ว สามารถนำมาหลอมและขึ้นรูปใหม่ได้ ทำให้วัสดุมีโอกาสต่อชีวิตในรูปแบบใหม่ แทนที่จะกลายเป็นขยะเหมือนวัสดุอื่นๆ

ข้อสังเกตก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC ในโครงการใหญ่

ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ไม้เทียมทุกยี่ห้อ จะผลิตด้วยพลาสติกรีไซเคิลเหมือนกันทั้งหมด ผู้ผลิตไม้เทียมบางรายใช้พลาสติกบริสุทธิ์ ซึ่งหมายความว่าวัตถุดิบนั้น จะต้องผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด ทำให้การสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และถ้าโรงงานผลิตไม้เทียม WPC ต้องพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก กระบวนการสร้าง Carbon Footprint ในขั้นตอนการผลิตก็จะสูงกว่าโรงงานที่ใช้พลังงานสะอาดบางส่วน

จะเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ไม้เทียมเหมือนกันก็จริง แต่อาจมีกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ ไม้เทียม WPC ในโครงการใหญ่ จะอาศัยเพียงการสังเกตว่าเป็นผลิตภัณฑ์ Eco-Friendly อย่างเดียวไม่เพียงพอ การมี EPD ไม่ได้หมายความว่าวัสดุนั้นจะเหมาะกับทุกตำแหน่งของอาคารเสมอไป จึงควรพิจารณาร่วมกับการเลือกสเปกไม้เทียม WPC สำหรับอาคารสีเขียว ทั้งด้านการใช้งาน ความปลอดภัย คุณภาพอากาศ และความทนทาน เอกสาร EPD ที่มาพร้อมกับผลิตภัณฑ์จะตอบคำถามในทุกกระบวนการได้อย่างชัดเจนและตรงจุดกว่า

เติมเต็มความงามในสถาปัตยกรรม และมาตรฐานวัสดุยั่งยืนในโครงการใหญ่ด้วยไม้เทียม WPC จากวัสดุนิยม

สถาปนิก นักออกแบบ และผู้พัฒนาโครงการ ที่กำลังเฟ้นหาวัสดุตกแต่งอาคารผลิตภัณฑ์ไม้เทียม WPC ที่ไม่เพียงแค่ให้มิติด้านความงามเสมือนไม้จริงจากธรรมชาติ แต่ยังมาพร้อมมาตรฐานการรับรองระดับโลก เพื่อการก่อสร้างอย่างยั่งยืน วัสดุนิยม (Watsadu Niyom) ตอบโจทย์ทุกมิติของงานดีไซน์ ด้วยนวัตกรรมไม้เทียม WPC คุณภาพสูง ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ทั้ง ISO, CE, SGS, Intertek, FSC และการรับรอง EPD ส่งเสริมการทำคะแนนอาคารสีเขียวให้กับทุกโครงการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

มากกว่าแค่ความเป็น Eco-Friendly ไม้เทียมจากวัสดุนิยม (Watsadu Niyom) ผลิตภายใต้แนวคิด Low Carbon ด้วยกระบวนการ Reduce, Reuse, Recycle ใช้วัสดุรีไซเคิล ทำให้เบากว่าวัสดุก่อสร้างทั่วไป ช่วยลดพลังงานในการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ได้รับประกาศนียบัตร EPD ความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านบทพิสูจน์จริงมาแล้ว สามารถนำเอกสารไปประกอบการยื่นขอคะแนน LEED และ TREES ในหมวดวัสดุได้โดยตรง

สำหรับโครงการทั้งเล็กใหญ่ที่ต้องการวัสดุไม้เทียม WPC วัสดุนิยมมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งงานตกแต่งภายนอกและภายในอาคาร ตั้งแต่งานพื้นไม้เทียม ผนังไม้เทียม ฝ้าเพดานไม้เทียม รั้วและระแนงไม้เทียม และงานฟาซาด (Facade) ไปจนถึงวัสดุตกแต่งภายใน พร้อมเอกสาร EPD รับรอง ทีมผู้เชี่ยวชาญและสถาปนิกยินดีให้คำแนะนำปรึกษาในทุกรายละเอียด พร้อมบริการติดตั้งไม้เทียมโดยช่างมากฝีมือระดับมืออาชีพ มอบความสมบูรณ์แบบในทุกมิติของงานไม้เทียมที่คุณไว้วางใจได้

เลือกไม้เทียม WPC ที่ใช่ เพื่อบ้านที่ดูดีและใช้งานได้อย่างยาวนานจากวัสดุนิยมที่คุณไว้วางใจ!

Tel: 02-120-6000, 094-452-3591, 061-405-4266
Line: @watsaduniyom
Inbox: m.me/WPCwatsaduniyom
Facebook: PRIMEXHONORWOOD WNY
Youtube: https://www.youtube.com/@watsaduniyom
Tiktok: https://www.tiktok.com/@watsaduniyom_official
Email: [email protected]